ป้ายกำกับ: แต่งเรื่องป่าไม้

วนวัฒนวิธีแบบเลือกตัด วิธีการทำไม้ในขณะนี้วนวัฒนวิธีแบบเลือกตัด วิธีการทำไม้ในขณะนี้

ภายหลังที่รัฐบาลลงความเห็นให้สัมปทานระยะยาวแล้ว ก็ได้มีการจัดวางโครงงานทำไม้ โดยการจัดการไม้สักใช้รอบตัดฟัน 30 ปี ด้วยการแบ่งพื้นที่ป่าออกเป็น 10 ตอน ตอนละ 3 แปลง เปิดให้ทำไม้ปีละ 1 แปลง แล้วก็ใช้วนวัฒนวิธี

แบบเลือกตัดหมายถึงมิได้กระทำตัดไม้หมดทั้งยังแปลง แม้กระนั้นจะตัดไม้ที่โตได้ขนาดจำกัดนิดหน่อย อีกเล็กน้อยเหลือรักษาทิ้งเอาไว้พร้อมทั้งไม้ที่ห้ามตัดฟัน อันยกตัวอย่างเช่น ไม้โทน (ไม้ที่ขึ้นอยู่กับสันโดษห่างจากกรุ๊ปไม้ประเภทเดียวกัน) ไม้สันเขา (ไม้ที่ขึ้นอยู่กับบนสันเขาหรือใกล้สันเขาที่จะโปรยเม็ดลงสองข้างไหล่เขาได้) แล้วก็ไม้เชื้อหรือแม่ไม้อีกด้วย ไม้ที่ได้ขนาดตัดฟันแต่ว่าเว้นไว้ไม่ตัด ควรต้องเหลือไว้ 35 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณไม้สักที่เลือกตัดทั้งปวงในแต่ละแปลง ดังเช่น มีไม้ที่ได้ขนาด 100 ต้น จะต้องเหลือทิ้งเอาไว้ไม่ตัด 35 ต้น ส่วนขนาดจำกัดของไม้สักที่เลือกตัดได้ควรจะมีเส้นรอบวง 190 ซม. โดยวัดตรงรอบๆที่สูงจากพื้นดิน 130 ซม.

สำหรับในการตัดไม้ปะปนกัน มีพื้นที่แต่ละโครงงานราว 500 – 1,000 ตารางกิโลเมตร โดยแบ่งป่าแผนการออกเป็น 10 ตอน ตอนละ 3 แปลง ให้ทำไม้ปีละ 1 แปลง ด้วยการใช้วนวัฒนวิธีแบบเลือกตัดด้วยเหมือนกัน แต่ว่าการกำหนดให้รักษาไม้ปะปนกันอื่นๆ(เว้นเสียแต่ไม้ยาง) ในแต่ละแปลงจำเป็นต้องเหลือไว้ 30 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณไม้ที่เลือกทั้งปวง ส่วนไม้ยางให้เหลือไว้ 50 เปอร์เซ็นต์หมายถึงตัดต้นเว้นต้น

เว้นเสียแต่หลักเกณฑ์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ในปี พุทธศักราช 2518 ได้มีการกำหนดให้หมายเส้นเขตพื้นที่บางที่ในป่าแผนการ ห้ามไม่ให้กระทำตรวจเลือกตีตราไม้หมายถึงในรอบๆพื้นที่ที่ฯลฯน้ำลำน้ำ พื้นที่ที่มีความลาดเอียงชันโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 30 องศาขึ้นไป รวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ติดขอบสายธาร ด้วยเหตุนั้น ภายหลังที่มีการตัดฟัน ลากไม้ออกมาจากป่าสัมปทานแล้ว ป่าที่เหลืออยู่จะยังคงมีไม้ยืนต้นหลงเหลืออยู่ ถ้าแต่ว่าไม่หนาแน่นดังเก่า ไม่ใช่ภาวะป่าที่ถูกตัดฟันเหลือแค่ตอไม้ตามที่ชอบรู้เรื่องกันไม่ถูกๆ

ส่วนการจัดการป่าชายเลน ได้ใช้วนวัฒนวิธีแบบตัดหมดในแนวสลับ ระบุรอบเวียน 30 ปีแล้วก็รอบตัดฟัน 15 ปี ป่าแต่ละหมวดแบ่งได้เป็น 15 แปลง ตัดฟัน เปิดให้ทำไม้ปีละแปลง โดยให้ตัดฟันไม้ออกเป็นแถวกว้าง 40 เมตร ตลอดแนวเว้นไว้ 1 แนวสลับกันไปทั้งยังหมวดตัดฟัน เมื่อตัดฟันออกแล้ว ผู้รับสัมปทานจำเป็นต้องกระทำปลูกป่าในรอบๆที่ตัดฟันไม้ตามแนวทางการที่กรมป่าไม้ ระบุ

จากระบบกระบวนการทำไม้แบบเลือกตัดแบบนี้ นักวิชาการป่าดงลงความคิดเห็นว่า เมื่อมีการตัดไม้ออกแล้วอย่างแม่นยำตามหลักกฏเกณฑ์ จะไม่ทำให้ป่าสัมปทานนั้นย่ำแย่ลงรวมทั้งแทบจะไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีการปลูกป่าขึ้นตอบแทน เพราะว่าไม้ที่เหลือยังมิได้ขนาดจะโตขึ้นชดเชยทันเมื่อถึงรอบตัดฟันคราวถัดไป ส่วนไม้ที่รักษาไว้ไม่ตัดก็จะเปลี่ยนเป็นแม่ไม้ ขยายขยายพันธุ์ถัดไป แม้กระนั้นจากภาวะข้อเท็จจริงกลับไม่เป็นแบบนั้น เนื่องจากเหตุผลใดจะกล่าวถัดไป